บทสัมภาษณ์

  หน้าหลัก > บทสัมภาษณ์ > สมจิตร อุปมนต์ : เมื่อ “รพ.”ผนึก “รพ.สต.”ในงานแม่และเด็ก


เรื่อง สมจิตร อุปมนต์ : เมื่อ “รพ.”ผนึก “รพ.สต.”ในงานแม่และเด็ก
สัมภาษณ์โดย

สมจิตร อุปมนต์ : เมื่อ “รพ.”ผนึก “รพ.สต.”ในงานแม่และเด็ก


เมื่อ “รพ.”ผนึก “รพ.สต.”ในงานแม่และเด็ก
 
    ในแง่กฎหมาย กำหนดไว้อย่างชัดเจนว่าการจะขึ้นชื่อว่าเป็นบุคคลได้นั้นคือต้อง “เริ่มเมื่อคลอดและอยู่รอดเป็นทารก” ซึ่งนั่นหมายความว่าความสมบูรณ์ทางการเกิดนั้นมีส่วนสำคัญอย่างยิ่งต่อโครงสร้างทางสังคม เพราะจะเป็นตัวกำหนดถึงสถานะบุคคลของคนนั้นๆ ได้
    อย่างไรก็ดี แม้การเกิดจะมีความสำคัญมากเพียงใด แต่พบว่าในแง่การเกิดที่เกี่ยวข้องกับด้านสาธารณสุขที่คนทั่วไปรับรู้นั้น มักจำกัดอยู่เพียงโรงพยาบาลเท่านั้น ซึ่งเรื่องนี้ สมจิตร อุปมนต์ พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ งานห้องคลอด โรงพยาบาลสมเด็จพระบรมราชินีนาถ อ.นาทวี จ.สงขลา มองแตกต่างออกไปในบางรายละเอียด โดยเธอมอว่ากระบวนการเกิดนั้นเป็นความสัมพันธ์และเชื่อมโยงกันระหว่างแม่และเด็ก ดังนั้น ขั้นตอนและกระบวนการที่เกี่ยวข้องจึงควรแบ่งออกเป็น 2 ลักษณะคือ การดูแลก่อนคลอด และหลังคลอด
     จากการแบ่งลักษณะการดูแลออกเป็นเช่นนี้เอง ที่สมจิตรมองว่าควรเกิดการทำงานที่เชื่อมโยงของสถานพยาบาลอื่นๆ ด้วยนอกจากโรงพยาบาล อาทิ รพ.สต. นั่นเพราะหากพิจารณาดูในประเด็นความปลอดภัยและความสะดวกสบายที่สอดคล้องกับวิธีชีวิตของคนส่วนใหญ่แล้ว จะพบว่ากระบวนการแบ่งหน้าที่อย่างเชื่อมโยงกันของโรงพยาบาลและรพ.สต. จะช่วยให้คุณภาพชีวิตที่เกี่ยวข้องกับแม่และเด็กนั้น มีความปลอดภัยมากขึ้นนั่นเอง
 
มีส่วนที่เกี่ยวเนื่องกับรพสต.อย่างไร
                          ในงานแม่และเด็ก รพ.สต. ก่อนหน้านี้มีอยู่แล้วในงานรับฝากครรภ์แม่และเด็ก แต่ในส่วนของการติดตามหลังคลอด เป็นเคสที่เป็นคนไข้ที่มีภาวะแทรกซ้อนหลังคลอด เขายังตามได้ไม่ค่อยเยอะ ยังดูแลหลังคลอดไม่ได้เยอะ คนไข้ที่มาฝากท้องเองมีภาวะแทรกซ้อน เขาก็ยังติดตามได้ไม่หมด เพราะเขายังคัดกรองได้ไม่หมด เพราะในแต่ระยะของการตั้งครรภ์ของแม่ในช่วง 9 เดือนในแต่ละครั้งที่ตั้งท้องหรือในคนๆ เดียวในช่วงเวลาก็ไม่เหมือนกน การตั้งท้องครั้งนี้อาจไม่มีปัญหา แต่ครั้งต่อไปอาจมีปัญหาแทรกซ้อน และส่วนใหญ่มาตรวจเจอในช่วงการคลอด และพี่เป็นพยาบาลห้องคลอด เราก็จะ feedback ข้อมูลตรงนี้ไปให้หน่วยปฐมภูมิหรือรพ.สต. ตรงนี้ สุดท้ายเขาจะพยายามหาแนวทางทำงานร่วมกันตรงนี้ให้ได้ ทางห้องคลอด ประสานกับผู้อำนวยการกับCUP ทำอย่างไรให้งานอนามัยแม่และเด็กมีความปลอดภัยสูงและดูแลตัวเองได้ กลับไปอยู่บ้าน กรณีบางคนมีความซับซ้อนสูงเราต้องตามอย่างไร เป็นเวลาเท่าไหร่ ให้รพ.สต.ดูแลยาวต่อเนื่องไปเลย
 
โดยส่วนตัวมองว่ารพ.สต.มีศักยภาพในการทำตรงนี้มีส่วนมากน้อยแค่ไหน
                ทุกรพ.สต. มีพยาบาลวิชาชีพไปประจำอยู่ เพราะฉะนั้นศักยภาพตรงนี้มีสูงเพียงแต่ว่า ในการ empowerment เขา ก็ต้องสนับสนุนให้เขามีความรู้อะไรที่เคยมีอยู่แล้วดึงศักยภาพออกมาให้ได้ และในส่วนของเครื่องไม้เครื่องมือที่ยังไม่มีเราก็พยายามสนับสนุน ตรงส่วนไหนที่แม่ข่ายคือโรงพยาบาลชุมชนเราสนับสนุนได้เราก็ช่วยเหลือในส่วนนั้น
 
ตอนแรกมีรพ.สต.ที่เข้าร่วมกี่แห่ง
                ช่วงแรกที่ตั้งรพ.สต.ใหม่ๆ จำไม่ได้ว่าเท่าไหร่ แต่เมื่อปรับสถานีอนามัยทุกแห่งต้องมาเข้าร่วม และสุดท้ายเราก็ขยายหมดทุกรพ.สต. ตอนนี้รวมหมดแล้ว 18 แห่ง ที่อยู่ในเครือข่ายโรงพยาบาลนันทวี 18 แห่ง แต่ก็มีนอกเครือข่าย เป็นของรพ.สต.ในอำเภอใกล้เคียง บางส่วนก็มีคนไข้ของเขาเข้ามาที่รพ. เราก็จะเข้าคณะกรรมการและเชื่อมโยงกัน ถ้าหากคุณมีคนไข้ที่มีความเสี่ยงสูงคุณต้องให้เราอย่างไร แต่ว่ามันก็ยังดำเนินการได้ไม่หมดในส่วนของอำเภอใกล้เคียง แต่ในส่วนของ 18 แห่ง ภายใต้การดูแลของโรงพยาบาลนี้ก็ครบ
 
มีขั้นตอนที่จะทำให้มีประสิทธิภาพมากขึ้นอย่างไร
                เริ่มแรกเราต้องให้รพสตแต่ละรพสตส่งเจ้าหน้าที่ที่รับผิดชอบงานแม่และเด็กเริ่มตั้งแต่การตรวจครรภ์และเตรียมสนับสนุนพวกอุปกรณ์ เช่น การเจาะเลือดส่งตรวจในคนไข้ ก็ต้องเตรียมอุปกรณ์ให้เขา ส่งตรวจเลือดอันนี้ใส่หลอดแบบไหน ระยะเวลาการเก็บเท่าไหร่ จะมีรถไปรับตามกำหนด ช่วงเวลาไหน พอเราส่งแล็บเรียบร้อย เจ้าหน้าที่ก็ลดภาระในการเจาะเลือดคนไข้ คนไข้ที่มาฝากท้องจะเยอะมาก ถ้าเกิดเข้ามาในโรงพยาบาลอย่างเดียวจะไม่ทันและโอกาสที่ความผิดพลาดจะมีโอกาสเกิดขึ้นได้ในส่วนนั้น จะได้ลดภาระความผิดพลาด ความสะดวกของรพ.สต.คือเขาจะได้ไม่ต้องมาตามผลแล็บเอง เราดึงระบบไอทีเข้ามาใช้ เจ้าหน้าที่ห้องแล็บดึงผลให้ เราก็จะดูผลและส่งไปทางระบบไอทีของโรงพยาบาลตรงนี้จะเป็นระบบเชื่อมโยงกันอยู่ เขาก็สามารถเปิดดูได้เลยในวันรุ่งขึ้น คนไหนมีความผิดปกติในเรื่องผลตรวจ เขาก็สามารถตามคนไข้ได้ โดยปกติรพ.สต.เขาจะมีคลินิกฝากครรภ์วันจันทร์ วันพุธ ถ้าเจาะวันจันทร์ วันจันทร์ตอนค่ำเขาก็สามารถรับผลได้แล้ว เช้าเปิดดูผล บ่ายเอาคนไข้มาติดตามผล จะมีรถของ CUP แต่ว่าจะอยู่ภายในของโรงพยาบาล จะเป็นเจ้าหน้าที่ที่จะเข้าไปรับตรงนี้ ก็มีช่วงเวลา 3 จุดที่เข้าไปรับ
 
ถ้าดูขอบข่ายโรงพยาบาลช่วยแบ่งเบา มีรพ.สต.ไหมที่รู้สึกว่าเพิ่มงานให้เขา
                โดยปกติรพ.สต.ในงานแม่และเด็กเขาจะต้องมีตัวชี้วัดคุณภาพของการทำงานของเขา ถ้าเมื่อไหร่มีการลงตรวจประเมินตัวนี้จะเป็นตัวชี้วัดอันหนึ่งและเป็นนโยบายระดับจังหวัดสงขลาด้วยเหมือนกันว่าต้องผ่านเกณฑ์ตรงนี้คือเป็นการช่วยงานเขา ไม่ต้องมาเที่ยวดูตัวชี้วัดคุณต้องทำอะไรเท่าไหร่ ถ้าคุณทำเองคุณจะทำเยอะมาก ตรงนี้เป็นการช่วยแบ่งเบาภาระเขาด้วย แต่ถ้าเมื่อไหร่ที่คนไข้คุณสามารถคัดกรองได้แล้วว่าคนนี้เป็นคนไข้เป็นมารดาที่มีความเสี่ยงคุณส่งโรงพยาบาลเลย คุณไม่ตอ้งดูแลต่อ เพราะฉะนั้นโรงพยาบาลก็จะรับคนไข้ ไม่ใช่ว่าไม่รับ แต่ว่ารับคนไข้ที่มีภาวะเสี่ยง
คืองานรพ.สต.แม่และเด็กแบ่งเป็น 2 กลุ่ม กลุ่มที่มีความเสี่ยงและความผิดปกติ กลุ่มปกติแต่ก่อนก็จะไปฝากครรภ์ที่รพ. แต่ทีนี้ก็ฝากที่รพสตได้เลย โดยส่งผลเลือดทุกไตรมาสแรกและช่วงที่ 32 สัปดาห์แต่ถ้าเป็นคนไข้ที่มีภาวะแทรกซ้อนอันนี้ก็ไปตามเกณฑ์นัดฝากครรภ์ของคลินิก แต่ในส่วนของคนไข้ที่ตั้งครรภ์ปกติ ตามเกณฑ์ช่วงไตรมาสแรกทุก 4 สัปดาห์และหลังจากนั้นจะเป็นทุก 3 สัปดาห์และทุก 6 สัปดาห์ตามเกณฑ์
 
พฤติกรรมของคนมักเชื่อใจรพ.มากกว่ารพ.สต. เรามีแนวทางจะจัดการกับความไว้ใจมากน้อยแค่ไหน
                โดยปกติถ้าเป็นเคสปกติจะมีหมอ 1 ท่านเวียนไปให้บริการที่รพ.สต.แต่ละรพ.สต. ช่วงแรกๆ ก็มีที่ไม่ได้ฝากครรภ์ที่ไม่ได้ฝากที่รพ.สต. กว่าจะเข้าที่ก็ 2 ปี สุดท้ายเขาก็รู้แล้วว่ามาฝากครรภ์ตรวจเลือดก็เหมือนที่รพ.สต. ยาที่ให้ก็เหมือนกับที่รพ. และที่รพ.สต. ทุกอย่าง ข้อมูลตรงนี้ก็เหมือนกันทุกอย่างก็เป็นหมอ เป็นพยาบาลจากรพ. เป็นคนจัดการให้ เจ้าหน้าที่รพ.สต.เป็นพยาบาลวิชาชีพ คุณหมอเหมือนกันไม่ได้แตกต่างกัน ความรู้ที่ได้ก็รับจากเขาเหมือนกัน คนไข้เขาก็สื่อสารกันเอง ก็เหมือนกับใช้พลังมวลชนในการที่จะสื่อสาร ไม่เป็นไรหรอก รพ.กับ รพ.สต. เหมือนกัน
 
ดำเนินการมากี่ปีแล้วโครงการนี้
                2 ปีแล้ว
 
ในระยะเวลา 2 ปี ที่ผ่านมานี้มีอะไรบ้าง ที่เป็นตัวชี้วัดความแตกต่างในแง่ของจำนวนผู้ใช้บริการ
                ปริมาณคนไข้ในคลินิกจากปกติเยอะมากเลย ในแต่ละสัปดาห์ จากการสังเกตของพี่เราเดินผ่านหน้าคลินิก คนไข้เยอะมากทั้งรายเก่ารายใหม่ บางทีวันหนึ่งบ่ายสองบ่ายสามยังตรวจคนไข้ไม่หมดเลย รอนาน ที่นาทวีพื้นฐานการทำงานเป็นคนทำสวน ตัดยางพารา เมื่อไหร่ที่มา ภรรยามาฝากครรภ์ ต้องมาแต่เช้าและหยุดงาน รายได้ก็หาย เมื่อไหร่ทำก็มีรายได้ ไม่ทำก็ไม่มีรายได้ ถ้าตรงกับช่วงวันหยุดไม่มีปัญหา แต่ 3 วันเขาหยุด 1 วัน เราไม่รู้เลยว่าวันไหนตรงกับวันที่เขาต้องมาตรวจครรภ์ คุณหมอจะไม่รู้ แต่ตัวคนไข้เขาจะรู้ แต่ถ้าไปรพ.สต. เขาตัดยางตั้งไว้แล้วตอนเช้า ไม่ต้องรีบมา ไปรพ.สต.ที่ใกล้บ้าน ดูจากปริมาณคนไข้ต้องเดินทางมาไกลก็ไม่อยากมา
      บางคนอยู่ในเขตชายแดน อำเภอนาทวีเป็นอำเภอชายแดนติดมาเลเซีย เขาไม่อยากเดินทางเข้าตัวอำเภอ ก็จะหายไป คนไข้ก็คลอดและเจอภาวะเสี่ยง คุณต้องมาฝากท้อง รพ.สต. มีองค์ความรู้ ศักยภาพในการให้เหมือนกับรพ. ผลลัพธ์ที่เกิดกับคนไข้ในการดูแลลูกตนเอง มีภาวะที่จะสกัดได้เร็ว เราดูว่าคนไข้ภาวะเสี่ยงหรือต้องสกรีน เบาหวาน เราตรวจจับได้มากขึ้นและเราลดภาวะความรุนแรงตรงนี้ได้มากขึ้นด้วย ปริมาณคนไข้ที่เสี่ยงนี้อาจเยอะขึ้น แต่ความรุนแรงของภาวะเสี่ยงที่จะเกิดขึ้นตอนคลอดหรือหลังคลอดจะลดลง เราจะดูจากผลลัพธ์ตรงนี้ ภาวะสุขภาพเขาไม่แย่ไปกว่าที่ควรเป็น
 
ส่วนตัวแล้วมองว่าปัจจัยที่ทำให้สำเร็จได้ประกอบด้วยอะไร การต่อยอดไปสู่โครงการอื่น          
                ความสำเร็จตรงนี้ขึ้นอยู่กับความร่วมมือ ไม่ใช่ว่าเราบังคับเขามาทำ เทคโนโลยีมีส่วนที่จะช่วยลดระยะเวลาตรงนี้ ความร่วมมือร่วมใจ ครั้งแรกที่ลงรพ.สต. เขาก็ไม่ใช่ว่าจะรับเลย แล้วคุณอยากผ่านไหม ถ้าอยากผ่านคุณก็เข้ามาร่วมสิ คุณอยากผ่านตัวชี้วัดตรงนี้ให้เป็นรพ.สต.ที่ดีขึ้นมาไหม เราเปิดใจให้กัน เราช่วยเหลือเขาก่อน ผลตอบกลับก็ดี ทำให้งานตรงนี้ประสบความสำเร็จ และใช้ระบบเทคโนโลยีเข้ามา มีไอที และรพ. ร่วมกัน ทำให้รวดเร็วขึ้น นำแนวคิดตรงนี้มาร่วมกันพิจารณา ลงไปในงานอื่นนอกจากแม่และเด็ก ง่ายๆ เหมือนงานอุบัติเหตุ oxygen home therapy ดึงชุมชนเข้ามามีส่วนร่วม พอเราทำได้อยู่ตัวแล้ว เราก็จะผลักดันไปให้รพ.สต.ช่วยเราดูคนไข้ ก็ช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายคนไข้ ของรัฐ คนไข้มีความพอใจ ก็ดูแลตัวเองได้ สร้างศักยภาพ
โดย rongse สร้าง 14/05/2012 แก้ไข 18/05/2012 อ่าน 10470 ตอบ 0

ความเห็น

แสงความคิดเห็น

  สำนักงานโครงการสนับสนุนนโยบายโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล ชั้น 3 อาคาร 3 ตึกสำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข
กระทรวงสาธารณสุข โทรศัพท์ 02 590 1386
สถิติการเข้าชม วันนี้ 386 เดือนนี้ 376987 ปีนี้ 2276422 ทั้งหมด 5124716